การรักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก

            

 

 

 

 

 

การรักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก

คลินิก ทีแอนด์เอส กายภาพบำบัด ให้การรักษาผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ที่เกิด จาก

    - ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง (Stroke)

    - การบาดเจ็บของสมอง (Traumatic brain injury)

            เราใช้ I-FAST เทคนิคซึ่งนำความรู้ทาง วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว และความรู้ทางกายภาพบำบัด มาบูรณาการ เข้าด้วยกัน โดยมีหลักในการรักษาคือ

                  -ใช้การเคลื่อนไหวที่เป็น 3 มิติ ของร่างกายและ  ข้อต่างๆ

                  - เน้นการเคลื่อนไหวที่ต้องประสานสัมพันธ์กันทั้งตัว ไม่เฉพาะแค่มือและขาข้างที่ อ่อนแรงเท่านั้น 

                  - กล้ามเนื้อและข้อต่อต้องมีความยืดหยุ่นที่ดี ที่เหมาะสมในการยืน เดินหรือใช้แขนและมือ 

                  - ฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานให้ถูกต้องและเหมาะสม กับกิจกรรมต่างๆ  กล้ามเนื้อที่ทำงาน  มากเกินไป  หรือ                          อ่อนแรงมาก เกินไป จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย

                  - เน้นการทรงตัวที่ดีไม่ว่าร่างกายจะอยู่ในท่าใด เคลื่อนไหวอย่างไร จะต้องปลอดภัยในการทำกิจกรรม                             ต่างๆ

     

            นักกายภาพบำบัดของเรามีการศึกษาและพัฒนาความรู้ความสามารถในการรักษาผู้ป่วยตลอดเวลาเพื่อที่จะให้การบริการที่ทันสมัยและเกิดผลดีแก่คนไข้

การฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยอัมพาต จะมีขั้นตอนต่างๆดังนี้

               1. การป้องกันและแก้ไขอาการข้อติด และการหดสั้นของกล้ามเนื้อ เอ็นและ เนื้อเยื่อต่างๆ  โดยการยืดกล้ามเนื้อ  การใช้อุปกรณ์ช่วยยืดกล้ามเนื้อที่หดสั้น  

               2. การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเน้นการบริหารร่างกายในท่าที่เป็นการใช้งานจริงๆ เช่น การบริหารกล้ามเนื้อของขา ก็จะทำในท่ายืน หรือเดิน  การฝึกฝนการทรงท่า (Postural Training) การฝึกการทรงตัว (Balance Training) เพื่อให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวมั่นคงปลอดภัย

              3.การฝึกเดิน เราใช้เทคนิคการทรงตัวและการฝึกเดินที่เป็น 3 มิติ เพื่อให้คนไข้สามารถเดินได้ด้วย ตนเอง ไม่ใช่เพียงแค่ “ได้เดิน”

              4. การฝึกการใช้แขนและมือ เรามีเครื่องมืออุปกรณ์หลายชนิดที่ช่วยในการกระตุ้น การใช้มือและแขนในขณะที่ผู้ป่วยมีแรงน้อย การฝึกมือและแขนตั้งแต่เริ่มเป็นอัมพาต จะช่วยทำให้มีโอกาสใช้มือและแขนได้มากขึ้น และฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

3.  การฝึกการประสานสัมพันธ์ในการทำงานของร่างกายทั้งหมด เพื่อให้การเคลื่อนไหว กลับมาใกล้ปกติและช่วยลด การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่นแขนเกร็งในท่างอ เดินขาแข็ง ขาเป๋ เป็นต้น

4.  การฝึกให้เกิดความทนทานในการทำงาน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรม ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหนื่อยง่าย ปอดและหัวใจทำงานได้ดี

5.  ฝึกให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน (Functional Training) เพื่อให้ผู้ป่วยช่วยเหลือ ตนเองให้มากที่สุด

Visitors: 536,302