การรักษาอาการปวดหลังด้วยกายภาพบำบัด

 

 

 

 

 

การรักษาอาการปวดหลังด้วยกายภาพบำบัด

การรักษาอาการปวดหลังด้วยกายภาพบำบัด จะสามารถแบ่งวิธีการรักษาเป็นกลุ่มได้ตามสาเหตุของการปวดหลัง    ดังนี้
1. ผู้ที่มีปัญหาข้อต่อกระดูกสันหลังมีการเคลื่อนไหวที่
ผิดปกติ เช่น ข้อติดตึง
2. ผู้ที่มีปัญหาของหมอนรองกระดูกสันหลัง ทั้งในกรณีที่มี
การกดทับและไม่มีการกดทับเส้นประสาท
3. ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากการใช้ท่าทางที่ผิด
4. ผู้ที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่นกระดูกสันหลัง
เคลื่อน (Spondylolisthesis) หรือกระดูกสันหลังคด กระดูกหัก กระดูกเสื่อม

การรักษาทางกายภาพบำบัด จะมีขั้นตอนในการรักษาดังนี้

1. การซักประวัติ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อหาปัญหาว่าเกิดจากข้อต่อ กล้ามเนื้อ หรือหมอนรองกระดูกสันหลัง ท่านจะถูกถามว่าอาการปวดที่ท่านมีนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ขณะที่เริ่มมีอาการปวดท่านอยู่ในท่าใดหรือกำลังทำกิจกรรมใด เช่น กำลังก้มลงยกของหนัก หรือเกิดจากการนั่งขับรถเป็นเวลานาน อาการปวดเกิดขึ้นบริเวณใดของร่างกาย เมื่อมีอาการไอหรือจามมีอาการปวดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องทำอย่างไรอาการปวดจึงจะลดลง การนั่ง ยืน เดิน ทำให้ปวดเพิ่มมากขึ้นหรือน้อยลง เหล่านี้คือ ตัวอย่างส่วนหนึ่งของคำถามที่ท่านจะถูกซักถาม
2. การตรวจร่างกาย เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ท่านมีการทรงท่าที่ถูกต้องหรือไม่ ท่ายืน ท่านั่ง มีส่วนโค้งส่วนเว้าของกระดูกสันหลังอยู่ในท่าที่ถูกต้องหรือไม่ กล้ามเนื้อมีการตึงตัวหรือบาดเจ็บหรือไม่ การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังเป็นอย่างไร มีจุดกดเจ็บบริเวณใด หรือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการชาเกิดขึ้นหรือไม่ การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังท่าใดทำให้อาการปวดลดลง ท่าใดทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในการวางแผนการรักษา และการออกแบบท่าบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับปัญหาของท่าน และทำให้การรักษาอาการปวดหลังนั้นมีประสิทธิภาพ เมื่อนักกายภาพบำบัดทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักกายภาพบำบัดจะอธิบายให้ท่านทราบว่า อาการปวดหลังนั้นเกิดจากสาเหตุใด มีขั้นตอนในการรักษาอย่างไร ผลการรักษาจะเป็นอย่างไร 
3. การรักษา เพื่อทำให้อาการปวดหลังหรืออาการปวดร้าวลงขาหายไป 
4. การฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อต่อกระดูกสันหลังให้กลับมาเป็นปกติ 
5. การฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวให้กลับไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นกีฬาได้ตามปกติ
6. การป้องกันการเกิดอาการปวดหลังซ้ำ และการบริหารร่างกายเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง

กายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาด

ทั้งในกรณีที่มีการกดทับและไม่มีการกดทับเส้นประสาท จะมีการรักษาดังนี้
1. นักกายภาพบำบัดจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อหาปัญหาว่ามีการฉีกขาดของหมอนรองกระดูกสันหลังในทิศทางใด เพื่อจะสามารถออกแบบท่าบริหารร่างกายที่ช่วยให้หมอนรองกระดูกสันหลังนั้นกลับเข้าที่ อาการปวดร้าวลงที่ขาก็จะมีอาการลดลงและหายไป และท่านจะต้องทำการบริหารเองที่บ้านร่วมด้วย ให้สม่ำเสมอ ในระยะแรกท่านต้องมารับการรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง/สัปดาห์ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ในสัปดาห์ที่ เมื่ออาการปวดลดลงและท่านสามารถทำการบริหารร่างกายเพื่อรักษาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวนครั้งในการมารับการรักษาจะลดลงเหลือ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ และเมื่ออาการดีขึ้นก็จะลดจำนวนครั้งในการรักษาเป็น 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ 
2. การดัดดึงข้อต่อเพื่อช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อที่มีอาการติดตึง เคลื่อนไหวได้ตามปกติด้วยการทำ Mobilization, Mobilization with Movement (Mulligan Technique)
3. นักกายภาพบำบัดจะแนะนำวิธีการปฏิบัติตนในการทำกิจวัตรประจำวันและท่าทางใน การทำงาน เพื่อให้ท่านสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้โดยมีอาการเจ็บปวดน้อยที่สุด และไม่ไปขัดขวางการรักษาฟื้นฟูของร่างกาย เช่น การแนะนำท่านั่งทำงาน การลุกจากที่นอนหรือเก้าอี้ ท่านั่งทำงานหน้า computer การยกของที่ถูกต้อง
4. ในกรณีที่มีอาการปวดหรือเกร็งของกล้ามเนื้อร่วมด้วย นักกายภาพบำบัดจะใช้การรักษาด้วยความร้อนหรือความเย็น เพื่อรักษาอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น การวางแผ่นประคบเย็น การนวดด้วยน้ำแข็ง (Ice massage) หรือการทำอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) 
5. เมื่ออาการปวดหลังหรือปวดขาลดความรุนแรงลง นักกายภาพบำบัดจะเริ่มให้ท่านทำการบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อลำตัว (Core Stabilization Exercise) ในผู้ที่มีอาการปวดหลังมาเป็นเวลานานๆ กล้ามเนื้อชั้นในของลำตัวจะมีอาการอ่อนแรงและมีการทำงานประสานสัมพันธ์ไม่ดี ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังจะต้องรับแรงกระทบที่มากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการยกของ ทำให้มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อข้อต่อกระดูกสันหลังได้ง่าย นักกายภาพบำบัดจะออกแบบท่าบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับสภาวะและปัญหาของแต่ละท่าน และต้องปรับเปลี่ยนและเพิ่มความยากของการบริหารร่างกายให้เหมาะสมกับสภาวะของแต่ละท่านในแต่ละระยะของการรักษา
6. การปฏิบัติตนและการบริหารร่างกายเพื่อป้องกันอาการปวดหลังเมื่อไม่มีอาการเจ็บปวดแล้ว นักกายภาพบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนและการบริหารร่างกาย เพื่อป้องกัน และลดอัตราการปวดหลังซ้ำ และในกรณีที่อาจมีอาการปวดหลังเกิดขึ้นอีก ท่านจะได้รับคำแนะนำว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อรักษาอาการปวดหลังได้ด้วยตนเอง เพราะหากท่านเริ่มบริหารร่างกายเพื่อรักษาตนเองได้เร็วที่สุด ก็จะทำให้สามารถรักษาอาการปวดหลังได้ด้วยตนเอง

กายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อต่อกระดูกสันหลังมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเช่นข้อติด

การรักษาทางกายภาพบำบัด จะมีขั้นตอนดังนี้ 
1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อหาปัญหาว่าข้อต่อกระดูกสันหลังข้อใดมีการติดตึง หรือเอ็นและกล้ามเนื้อใดมีการหดสั้น
2. การดัดดึงข้อต่อ เพื่อช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อที่ติดตึงสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ด้วยการทำ Mobilization, Mobilization with Movement (Mulligan Technique)
3. การใช้ความร้อน หรือความเย็นเพื่อรักษาอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ

กายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง

เช่น กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) กระดูกเสื่อมหรือกระดูกหัก จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันตามพยาธิสภาพของโรค การรักษาทางกายภาพบำบัดอาจประกอบไปด้วย การบริหารร่างกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัว (Core Stabilization Exercise) การบริหารร่างกายเพื่อแก้ไขการบิดหมุนของกระดูกสันหลังในผู้ที่มีกระดูกสันหลังคด การใช้ความร้อนหรือความเย็นเพื่อลดอาการเจ็บปวด และการแนะนำวิธีปฏิบัติตนในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

การประเมินผลการรักษาอาการปวดหลังด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัด

การรักษาทางกายภาพบำบัด จะได้รับผลการรักษาที่ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักกายภาพบำบัดในการซักประวัติและการตรวจร่างกาย เพื่อหาว่าความผิดปกติของการเคลื่อนไหวนั้นเกิดจากสาเหตุใด เพื่อจะได้เลือกใช้เทคนิคการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละท่าน ในการไปรับการรักษาทุกครั้ง นักกายภาพบำบัดจะต้องทำการประเมินผลการรักษาว่า ช่วยทำให้อาการของท่านดีขึ้นหรือไม่ หากอาการดีขึ้นก็จะใช้เทคนิคเดิมและมีการเพิ่มเทคนิคการรักษา ตามความก้าวหน้าของอาการของท่าน หากท่านกลับไปรับการรักษาในครั้งถัดไป และอาการไม่ดีขึ้น นักกายภาพบำบัดจะต้องหาสาเหตุว่าทำไมอาการจึงไม่ดีขึ้น และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคการรักษาใหม่เสมอ การรักษาทางกายภาพบำบัดนั้น จะต้องสามารถเห็นผลการรักษา ว่าช่วยลดอาการปวดของท่านได้อย่างชัดเจนภายใน สัปดาห์ หากท่านได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง โดยนักกายภาพบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาอาการปวดหลัง และนักกายภาพบำบัดได้มีการประเมินผลการรักษา และปรับเปลี่ยนใช้เทคนิคใหม่ในการรักษาทุกครั้ง ร่วมกับการที่ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด แต่อาการปวดหลังของท่านก็ยังไม่ดีขึ้น แสดงว่าเทคนิคการรักษาทางกายภาพบำบัดนั้นไม่สามารถรักษาอาการปวดของท่านได้ ท่านควรต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคกระดูกและข้อ และอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่น การฉีดยาเพื่อบล๊อคเส้นประสาท เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการก่อน แล้วจึงจะสามารถกลับมารับการรักษาทางกายภาพบำบัดต่อได้ แต่ในบางกรณี ที่อาการของท่านมีความรุนแรงมาก ก็อาจมีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

       อาการปวดหลังที่เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาดนั้น หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกที่อาการยังไม่มีความรุนแรงมากนัก ก็จะสามารถทำให้อาการหายเป็นปกติได้ โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาที่สั้น แต่หากท่านละเลยและทิ้งปัญหาไว้นานหรือได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสมกับปัญหาของท่าน ก็จะทำให้อาการเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ถึงจุดที่มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อแก้ไขปัญหา ในบางกรณีที่มีอาการนแรง หรือในกรณีที่ทำการรักษาทางภายภาพบำบัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจให้ท่านไปทำการตรวจร่างกายพิ่มเติมด้วยการเอ็กซ์เรย์ หรือการเอ็กซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)เพื่อช่วยในการวินิจฉัยว่าอาการบาดเจ็บหรือความผิดปกติที่เกิดกับกระดูก หมอนรองกระดูกสันหลังหรือระบบประสาท เกิดจากสาเหตุใดและมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปแล้วการเอ็กซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ไม่มีความจำเป็นต้องทำในผู้ที่มีอาการปวดหลังทุกท่าน

Visitors: 525,636